“Sustainable Food ธุรกิจอาหารที่ดี ต้องดีต่อโลกด้วย”
ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตรฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569
จัดทำโดย หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจบริการอาหารและศิลปะการประกอบอาหาร
หัวข้อ “Sustainable Food ธุรกิจอาหารที่ดี ต้องดีต่อโลกด้วย”
ปัจจุบันระบบอาหารที่ยั่งยืน ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก เนื่องจากระบบอาหารมีบทบาทต่อทั้งความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ การแปรรูป การขนส่ง การจำหน่าย ไปจนถึงการบริโภคและการจัดการของเสีย การดำเนินธุรกิจอาหารจึงควรมุ่งสร้างสมดุลระหว่างผลกำไร คุณภาพชีวิตของผู้คน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของคนรุ่นปัจจุบันโดยไม่กระทบต่อทรัพยากรของคนรุ่นต่อไป
1. Zero Waste Food ลดขยะอาหาร เพิ่มคุณค่าให้วัตถุดิบ
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) รายงานว่า อาหารที่สูญเสียและอาหารเหลือทิ้ง (Food Loss and Food Waste) ส่งผลให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 8–10% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก อีกทั้งยังสูญเสียทรัพยากรสำคัญ เช่น น้ำ พลังงาน และพื้นที่เพาะปลูก ดังนั้น ธุรกิจอาหารควรนำหลัก Zero Waste มาใช้
2. Circular Economy เปลี่ยนของเหลือให้เกิดมูลค่า
เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เป็นแนวคิดที่มุ่งใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยนำของเหลือหรือผลพลอยได้จากการผลิตกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ (Upcycling) เช่น เปลือกส้มผลิตผงเส้นใยอาหาร เปลือกกุ้งสกัดไคโตซาน กากผลไม้ผลิตสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดปริมาณของเสีย และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของวัตถุดิบ
3. Local Ingredients วัตถุดิบท้องถิ่น สร้างเศรษฐกิจชุมชน
4. Carbon Footprint ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากธุรกิจอาหาร
Carbon Footprint คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาตลอดวงจรชีวิตของอาหาร ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การขนส่ง การจัดเก็บ การจำหน่าย จนถึงการกำจัดของเสีย ร้านอาหารสามารถลด Carbon Footprint ได้
อ้างอิงจาก สวทช., 2565; BCG Economy, 2567

