แกงชักส้ม

แกงชักส้ม

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 1 เมษายน 2569 หัวข้อ “แกงชักส้ม” แกงชักส้ม เป็นอาหารไทยโบราณของภาคกลาง เกิดจากภูมิปัญญาการถนอมอาหารในสมัยที่ยังไม่มีตู้เย็น โดยใช้รสเปรี้ยวจากธรรมชาติ เช่น มะขาม มะนาว หรือมะกรูด ช่วยยืดอายุอาหาร คำว่า “ชัก” หมายถึง การเคี่ยวให้น้ำแกงมีความเข้มข้น ส่วน “ส้ม” หมายถึง รสเปรี้ยว จึงเป็นแกงรสเปรี้ยวกลมกล่อมที่สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอาหารไทยในอดีต ปัจจุบันพบได้ไม่บ่อย จัดเป็นอาหารไทยโบราณที่ควรอนุรักษ์ไว้ เอกลักษณ์ของแกงชักส้ม• ใช้มะกรูด น้ำมะขาม หรือพืชรสเปรี้ยวเป็นตัวชูรส• ใส่ปลา หรือเนื้อสัตว์ ร่วมกับผักพื้นบ้าน• น้ำแกงใส แต่รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม• เป็นเมนูโบราณที่พบได้ค่อนข้างยากในปัจจุบัน 

“ดอกกระเจียว” ของดีหน้าฝน กินได้ อร่อยด้วย!

“ดอกกระเจียว” ของดีหน้าฝน กินได้ อร่อยด้วย!

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้ โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 1 เมษายน 2569 หัวข้อ “ดอกกระเจียว” ของดีหน้าฝน กินได้ อร่อยด้วย! ดอกกระเจียว หรือ “บัวสวรรค์” ไม้ล้มลุกสีสวยที่บานสะพรั่งช่วงฤดูฝน (มิถุนายน–สิงหาคม) นอกจากความงดงามแล้ว ยังสามารถนำมาประกอบอาหารพื้นบ้านได้หลากหลายเมนู ทั้งแกง ผัด ยำ หรือรับประทานกับน้ำพริก ก็อร่อยไม่แพ้กัน การเลือกดอกกระเจียวมาทำอาหาร ให้เลือกดอกอ่อน สด กลิ่นหอม เนื้อแน่น จะได้รสชาติหวานกรอบ คุณประโยชน์..ดอกกระเจียวอุดมด้วยใยอาหาร ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย และดีต่อสุขภาพ

แนะนำร้านอาหาร “ร้านข้าวต้มยู่เฮง”

แนะนำร้านอาหาร “ร้านข้าวต้มยู่เฮง”

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 31 มีนาคม 2569 หัวข้อ แนะนำร้านอาหาร “ร้านข้าวต้มยู่เฮง” ร้านข้าวต้มสไตล์แต้จิ๋ว ที่ตกทอดสูตรอาหารจากรุ่นสู่รุ่น รสชาติอาหารเหมือนรับประทานที่บ้าน แบบอาม่าเป็นคนลงครัวทำ..เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 – 23.00 น ตั้งอยู่แถวพรานนกตัดใหม่ ร้านข้าวต้มยู่เฮง เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่ไม่ทำให้คนหิวผิดหวังทั้งกับครอบครัว กับเพื่อน และกับที่ทำงาน

แกงจีนจ๊วน

แกงจีนจ๊วน

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 30 มีนาคม 2569 หัวข้อ “ แกงจีนจ๊วน “ แกงจีนจ๊วน (หรือ แกงจี๋จ๋วน) เป็นแกงไทยโบราณระดับชาววังที่หารับประทานได้ยาก มีต้นกำเนิดคาดว่าได้รับอิทธิพลจากชวาและบาบ๋า-ย่าหยา (จีนฮกเกี้ยน) แถบมลายู ผสมผสานเครื่องเทศไทย นำเนื้อไก่เคี่ยวกับกะทิ รสชาติกลมกล่อม เปรี้ยว หวาน เค็ม มัน ใส่พริกหยวกและส้มซ่า เสิร์ฟคู่ข้าวสวยหรือข้าวตังทอด แกงชนิดนี้สะท้อนการโอบรับวัฒนธรรมอาหารต่างชาติมาปรับปรุงให้เข้ากับรสชาติคนไทยในอดีตได้เป็นอย่างดี

หน่อกะลา

หน่อกะลา

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้ โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 29 มีนาคม 2569 หัวข้อ “หน่อกะลา” หน่อกะลา หรือ เร่ว เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์เดียวกับ ขิง ข่า เป็นผักพื้นบ้านในเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี เนื้อในแง่งสีขาว กลิ่นอ่อน รสซ่าเล็กน้อย ลำต้นงอกขึ้นมาเหนือพื้นดิน จะเป็นกาบของใบซึ่งจะมีการซ้อนกันอยู่ ใบเรียงสลับ รูปขอบขนานหรือรูปหอก ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเกลี้ยง ด้านบนมีสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีจางกว่า เส้นกลางใบขนาดใหญ่ ดอกมีลักษณะเป็น ช่อแยกแขนงที่ยอดดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว มีขนบาง ๆ กลิ่นหอมอ่อน และมีแถบสีชมพูเข้มตรงกลาง หน่อกะลา สามารถนำมาทำอาหารได้หลายอย่าง จึงเกิดเป็นไอเดียในการส่งเสริมรายได้ให้กับชุมชน จะกินสด ๆ ก็ได้ หรือลวกต้มจิ้มน้ำพริก ใส่ในแกงส้ม ต้มยำ ห่อหมก ผัดเผ็ด ซึ่งเมนูเด็ดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปชิมคือ ทอดมันหน่อกะลา ถือเป็นเมนูคู่เกาะเกร็ด

“ร้านแม่หยา” ร้านอาหารเด่นประจำพื้นที่ในประเทศไทย

“ร้านแม่หยา” ร้านอาหารเด่นประจำพื้นที่ในประเทศไทย

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 28 มีนาคม 2569 หัวข้อ “ร้านแม่หยา” ร้านอาหารเด่นประจำพื้นที่ในประเทศไทย “ “ร้านแม่หยา” ร้านอาหารไทยในตำนาน กว่า 40 ปี ถ้าไม่มากินถือว่ามาไม่ถึงอุดรธานี หลายๆ ครอบครัว เป็นลูกค้าของร้านมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณย่า ..ร้านแม่หยาเป็นร้านอาหารสำหรับครอบครัว ตกแต่งแบบคลาสสิค สไตล์วินเทจ

แกงมัสมั่น

แกงมัสมั่น

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้ โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 28 มีนาคม 2569 หัวข้อ “แกงมัสมั่น” แกงมัสมั่นโบราณเป็นแกงรสเข้มข้น หอมเครื่องเทศ (ลูกผักชี, ยี่หร่า, อบเชย, โป๊ยกั๊ก) ออกรสหวานนำ ตามด้วยเค็มและเปรี้ยวเล็กน้อย เคี่ยวจนเนื้อสัตว์เปื่อยนุ่มและกะทิแตกมันสวยงาม ไม่นิยมใส่น้ำมันพืชเพิ่ม รับประทานกับข้าวสวย ข้าวบุหรี่ หรือโรตี.. แกงมัสมั่นแบบชาวมุสลิมปักษ์ใต้ ต่างจากการปรุงแกงมัสมั่นของชาวไทยภาคกลาง คือ จะไม่ทำเป็นน้ำพริกแกงมัสมั่น แต่จะผสมลูกผักชีป่น ยี่หร่าป่น พริกป่นอินเดีย และพริกไทยป่นไว้เป็นผงเครื่องแกง จากนั้นจึงนำลงไปผัดกับน้ำมันที่เจียวหัวหอมแล้ว.. ส่วนแกงมัสมั่นแบบมลายู-ชวา จะใส่กานพลู อบเชย ลงไปผัดกับน้ำมันและหอมแดงจนหอม แล้วจึงใส่พริกป่นอินเดีย ลูกผักชีป่น ยี่หร่าป่น พริกไทยป่นลงไปผัดให้เข้ากัน นอกจากนั้นยังใส่มะพร้าวคั่ว ผงขมิ้น ดอกไม้จีนและหน่อไม้จีนด้วย

“ใบชะคราม” ผักพื้นบ้านริมทะเล สู่คุณค่าและความสร้างสรรค์ในอาหารไทย

“ใบชะคราม” ผักพื้นบ้านริมทะเล สู่คุณค่าและความสร้างสรรค์ในอาหารไทย

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้ โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 27 มีนาคม 2569 หัวข้อ “ใบชะคราม” ผักพื้นบ้านริมทะเล สู่คุณค่าและความสร้างสรรค์ในอาหารไทย ใบชะคราม วัตถุดิบพื้นถิ่น เป็นพืชที่พบมากในแถบพื้นที่ติดทะเล นิยมนำมาปรุงอาหาร สู่การต่อยอดคุณค่าอาหารพื้นบ้านไทยจากภูมิปัญญาท้องถิ่น อุดมไปด้วยไอโอดีนและสรรพคุณทางยาช่วยขับปัสสาวะ, แก้ท้องผูก, ลดอาการผื่นคัน, บำรุงสายตา และมีไอโอดีนสูงช่วยป้องกันโรคคอพอก

“Say Hay Cafe Cuisine”

“Say Hay Cafe Cuisine”

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้ โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 26 มีนาคม 2569 หัวข้อ “Say Hay Cafe Cuisine” “Say Hay” เป็นร้านอาหารที่เพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นาน มีความน่าสนใจดึงดูดให้ต้องมาที่นี่ ด้วยเพราะบรรยากาศของร้านที่มีธรรมชาติอันร่มรื่น แวดล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ดูรื่นรมย์ ตัวร้านเป็นอาคารแบบโมเดิร์นกรุกระจกใส ดูโปร่งโล่งชวนนั่งสบายๆ มีโต๊ะนั่งให้เลือกนั่งหลายมุมตามชอบใจ ติดแอร์ เย็นกาย บรรยากาศสุดร่มรื่นย่านพุทธมณฑลสาย 7 ที่เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย ร้านไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศเท่านั้น แต่ยังมีโรงปลูกเมลอนและสารพัดสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักให้ได้ชมกันเพียบเลย ไม่ว่าจะเป็น หงส์ขาว, หงส์ดำ, วอลลาบี้เผือก, ปลาอะราไพม่า, เต่าซูลคาต้า บางตัวก็คิ้วท์ บางตัวก็ว้าว ยิ่งดูยิ่งเพลินไปอีก ด้านเมนูอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มก็น่าสนใจไม่แพ้กัน อย่างเช่น พิซซ่าคาร์โบนาร่า, ซัมเมอร์สลัด, ยำส้มโอ, ไก่ซอสฮันนี่, แอปเปิลครัมเบิ้ล, เค้กเสาวรส, ไอซ์ชาไทย, เมลอนปั่น เพลินปากกับอาหารอร่อย แถมยังได้เพลินใจกับบรรยากาศดีๆ แบบนี้ ไม่มาที่นี่แล้วจะให้ไปที่ไหนล่ะเนอะ ลองมาสัมผัสบรรยากาศแบบธรรมชาติกันนะคะ

ขนมลืมกลืน

ขนมลืมกลืน

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้โรงเรียนการเนือน ประจำวันที่ 25 มีนาคม 2569 หัวข้อ “ขนมลืมกลืน“ ขนมลืมกลืนเป็นขนมไทยโบราณประเภทขนมกวน ทำจากแป้งถั่วเขียว กวนจนสุกเนื้อนุ่ม แล้วหยอดหน้าด้วยกะทิที่หอม มัน หวานและเค็มนิด ๆ เวลากินจะนุ่มลิ้น อร่อยจนรู้สึกเหมือนลืมกลืน จึงเป็นที่มาของชื่อ“ขนมลืมกลืน” นั่นเอง สมัยก่อนคนโบราณมักจะหยอดขนมใส่กระทงใบตอง คล้ายกับขนมตะโก้ เพื่อให้ขนมมีกลิ่นหอมจากใบตอง แล้วก็หยอดหน้ากะทิ และโรยถั่วทองกรอบ ๆ เพิ่มความอร่อย แต่ปัจจุบันขนมลืมกลืน มักจะหยอดใส่พิมพ์วุ้นแทน ถึงจะเป็นพิมพ์พลาสติก แต่ก็ยังดูสวยงาม และยังคงเอกลักษณ์ความเป็นขนมไทยไว้เหมือนเดิม วิธีทำ1. ผสมแป้งถั่วเขียว แป้งเท้ายายม่อม น้ำตาลทรายและเกลือ เติมน้ำและกลิ่นมะลิ คนให้เข้ากัน2. แบ่งแป้งใส่ชาม แล้วเติมสีผสมอาหารเล็กน้อย คนให้เข้ากัน3. นำแป้งแต่ละสีไปกวนด้วยไฟอ่อนจนแป้งใสและสุก4. ตักแป้งที่สุกแล้วใส่พิมพ์ใบตองหรือพิมพ์วุ้น พักไว้ให้เย็น5. ทำหน้ากะทิ โดยผสมกะทิ แป้งข้าวเจ้า แป้งถั่วเขียว น้ำตาลและเกลือ แล้วกวนจนข้นและสุก6. เมื่อกะทิเย็นแล้ว บีบลงบนหน้าขนม และโรยถั่วทองก็พร้อมรับประทาน