ดอกขจร
ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 2 สิงหาคม 2569
หัวข้อ : ดอกขจร
ดอกขจร หรือ ดอกสลิด (ชื่อวิทยาศาสตร์ : Telosma minor Craib) เป็นพืชเถาเลื้อยในตระกูล Asclepiadaceae ที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มักพบได้ตามรั้วบ้านในชนบท ดอกมีสีเขียวอมเหลือง นิยมนำส่วนดอกและยอดอ่อนมาประกอบอาหาร รสชาติหวานกรอบอร่อย ทำให้เป็นที่นิยมนำมาประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน เช่น แกงส้มดอกขจร ยำดอกขจร ผัดดอกขจรใส่หมู หรือแม้กระทั่งลวกจิ้มน้ำพริก
ประโยชน์ของดอกขจร
นอกจากความอร่อยแล้ว ดอกขจรยังเป็นแหล่งโภชนาการที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด
1. อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ : ดอกขจรมีวิตามิน A สูง ซึ่งช่วยบำรุงสายตาและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ยังมีวิตามิน C ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวพรรณสดใส และป้องกันหวัด รวมถึงแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
2. กากใยสูง ดีต่อระบบขับถ่าย : ดอกขจรมีไฟเบอร์สูง ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ป้องกันอาการท้องผูก และช่วยลดความเสี่ยงของโรคลำไส้
2. บำรุงเลือดและระบบไหลเวียนโลหิต : มีธาตุเหล็กสูง ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันภาวะโลหิตจาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงเลือด
3. ช่วยลดน้ำตาลในเลือด : หมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำตาล ลดความหวาน
4. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน : สารอาหารหลากหลายชนิดในดอกขจรช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย ทำให้ไม่ป่วยง่าย
5. มีสารต้านอนุมูลอิสระ : ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย และลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิด
วิธีเลือกและเก็บรักษาดอกขจร
1. เลือกดอกขจรที่ยังตูม สีเขียวสด ไม่ช้ำ
2. หากไม่รับประทานทันที ควรห่อด้วยกระดาษหรือเก็บในกล่องแช่ในตู้เย็น จะเก็บได้นาน 3–5 วัน
3. ล้างให้สะอาดก่อนนำไปประกอบอาหาร และไม่ควรแช่น้ำนาน
แหล่งข้อมูล : https://food.trueid.net/detail/0W0KkEY5BXro

