ข้าวแช่ชาววัง
ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้ โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 14 มีนาคม 2569
หัวข้อ “ข้าวแช่ชาววัง”
“ข้าวแช่” คือ เมนูเอกลักษณ์ประจำฤดูร้อนของไทย มีต้นกำเนิดมาจากชาวมอญ ก่อนจะถูกนำเข้าสู่รั้วพระราชวังในสมัยรัชกาลที่ 4 และพัฒนาจนกลายเป็นอาหารที่มีความประณีตและซับซ้อน
ข้าวแช่ ประกอบด้วย
• ข้าวขัด: ข้าวสารเมล็ดสวย นิยมใช้ข้าวเสาไห้เก่า นำมาขัดจนเมล็ดเรียวสวย ใส ไม่ขุ่น
• น้ำลอยดอกไม้: น้ำฝนหรือน้ำสะอาด อบด้วยควันเทียนและลอยดอกมะลิ/กุหลาบมอญ/ชมนาด ให้กลิ่นหอมชื่นใจ
• ลูกกะปิ: หัวใจของเครื่องเคียง ทำจาก หอมแดง กระเทียม ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด ปลาย่าง มะพร้าวคั่ว กะปิอย่างดี กระชาย ผัดให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อน จากนั้นปั้นเป็นก้อนเล็กๆ แล้วชุบไข่ทอดจนหอม
• หอมแดงยัดไส้: หอมแดงคว้านไส้ ใส่เนื้อปลาปรุงรส
• หรุ่ม หรือ พริกหยวกสอดไส้: กุ้ง และเนื้อหมูสันนอกติดมันสับ ปรุงให้รสกลมกล่อม เพิ่มความหอมด้วยการใส่ผักชีซอยละเอียดก่อนนำไปยัดใส่ในพริกหยวก แล้วนำไปนึ่งจนสุก จากนั้นจึงนำไปห่อด้วยไข่ซึ่งทำเป็นตาข่าย
• ไชโป๊ผัด: นำไชโป๊มาเคี่ยว แล้วผัดให้แห้ง ใส่น้ำมันน้อยๆ ให้หอมกลิ่นกระทะ
• ปลาหวาน: ใช้เนื้อปลากระเบนยี่สนแห้ง ผัดกับน้ำตาลปึกจนเนื้อหนึบ
• ผักแนม: มะม่วงดิบ กระชายแกะสลัก และต้นหอม
วิธีรับประทานข้าวแช่
• ไม่ตักเครื่องเคียงใส่ในชามข้าว เพราะจะทำให้น้ำข้าวแช่ขุ่นและมีกลิ่นคาว เสียรสชาติความหอม
• รับประทานเครื่องเคียงก่อน ตามด้วยข้าว: ตักเครื่องเคียงเข้าปากก่อน เคี้ยวให้ได้รสชาติ แล้วจึงตักข้าวและน้ำตาม เพื่อล้างปากและรับความเย็น
• แกล้มด้วยผักสด: หากรับประทานเครื่องเคียงที่ผัดหวาน เช่น ไชโป๊หรือลูกกะปิ ให้รับประทานมะม่วงดิบหรือกระชายตาม จะช่วยตัดรสหวานและเพิ่มความสดชื่น

