ศาสตร์แห่งการรังสรรค์ “ชาและกาแฟ” (Tea & Coffee)
ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ ศูนย์การศึกษา ลำปาง
หัวข้อ ศาสตร์แห่งการรังสรรค์ “ชาและกาแฟ” (Tea & Coffee)
เรียนรู้เรื่องราวและบทบาทอันสะท้อนมุมมองชีวิตผ่าน “ชาและกาแฟ” เครื่องดื่มสองชนิดที่มีวัฒนธรรมยาวนาน โดยในปัจจุบันเทรนด์ความงามและสุขภาพ (Wellness) เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้จะมีคำกล่าวว่า “ชาคือกาแฟสมัยใหม่” แต่ในความจริงแล้วชาและกาแฟต่างไม่ได้เข้ามาเพื่อทดแทนกัน หากแต่เป็นความแตกต่างที่อยู่ในโลกใบเดียวกัน โดยต่างมีพื้นที่และวัตถุประสงค์ในการดื่มเฉพาะตัวที่เติบโตควบคู่กันไปอย่างสมดุล
เจาะลึกความแตกต่างผ่านข้อมูลการตลาดและประวัติศาสตร์อย่างน่าสนใจ ในตลาดระดับโลก ชามีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 56.26 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่กาแฟมีมูลค่าสูงถึง 473.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (โดยทั้งสองธุรกิจเติบโตเฉลี่ย 5–6% ต่อปี) หากมองในเชิงปรัชญา กาแฟคือเครื่องดื่มเพื่อการทำงาน มีจุดกำเนิดจากการสังเกตแพะในเอธิโอเปียที่กินผลเบอร์รี่สีแดงแล้วคึกคัก นำไปสู่การต้มดริปดื่มเพื่อช่วยให้ตื่นและกระปรี้กระเปร่า จนกลายเป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนความคิดของนักวิทยาศาสตร์และนักปรัชญาในยุคเปิดปัญญา (ศตวรรษที่ 17–18)
ในขณะที่ ชาคือปรัชญาเพื่อการอยู่กับตัวเอง ย้อนไปในยุคราชวงศ์ถัง (พ.ศ. 1161–1450) ชาได้ถูกเปลี่ยนจากเครื่องดื่มและยาไปสู่ศิลปะ ผ่านตำรา “ชาจิง” (The Classic of Tea) โดย ลู่อวี้ (Lu Yu) ที่สะท้อนความเรียบง่ายตามแนวคิดเต๋าและความงดงามในความว่างเปล่า ตลอดจนในวิถีเซน ซึ่งมองว่าการชงชาคือการฝึกสมาธิและการอยู่กับปัจจุบันขณะ ดังนั้น การเลือกดื่มกาแฟจึงเปรียบเสมือนการขับเคลื่อนตัวเองไปข้างหน้าเพื่อเชื่อมต่อกับโลกภายนอก ส่วนการดื่มชาคือการชะลอจังหวะชีวิตเพื่อกลับมาเชื่อมต่อกับตนเองภายใน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.wongnai.com/food-tips/tea-or-coffee-2025

