อัตลักษณ์ อาหารไทย ๔ ภาค

อัตลักษณ์ อาหารไทย ๔ ภาค

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 6 ธันวาคม 2568 หัวข้อ “อัตลักษณ์ อาหารไทย ๔ ภาค“ ศิลปะเเละวัฒนธรรมไทยได้รับการยอมรับทั่วโลก โดยเฉพาะอาหารไทยที่มีรสชาติหลากหลายเเละคุณค่าทางโภชนาการ เเบ่งตามภูมิศาสตร์เป็น ๔ ภาค ได้เเก่• ภาคเหนือ คือ เเกงฮังเล เป็นอาหารที่มีอิทธิพลมาจากพม่า มีความนิยมในชาวล้านนาเเละถือว่าเป็นอาหารมงคล• ภาคกลาง คือ เเกงเขียวหวาน เป็นอาหารที่มีมาตั้งเเต่สมัยอยุธยา ที่มีการดัดเเปลงการทำอาหารโดยมีการใส่กะทิลงในเเกงทำให้เกิดแกงเผ็ด การประยุกต์แกงแดงโดยการโขลกกับพริกเขียว..แกงเขียวหวานจะต้องมีกลิ่นเครื่องเเกงที่หอม• ภาคใต้ คือ เเกงเหลือง เป็นเเกงชนิดหนึ่งที่เป็นสีเหลืองที่ได้จากขมิ้นเเละส้มเเขก เเละนิยมใส่ปลาทะเล คือ ปลากระบอก• ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ส้มตำ เป็นอาหารท้องถิ่นของภาคอิสาน โดยส้มตำที่ได้รับความนิยมมากในภาคอิสาน คือ ส้มตำปูปลาร้า

ดอกงิ้ว

ดอกงิ้ว

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 5 ธันวาคม 2568 หัวข้อ “ดอกงิ้ว” “ดอกงิ้ว” เป็นดอกของ ‘ต้นงิ้ว’ หรือ ‘เงี้ยว’ ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีหนามแหลมโตทั่วลำต้น กิ่งก้านแตกสาขาจำนวนมาก ทางภาคเหนือมักพบเห็นต้นงิ้วได้ตามริมแม่น้ำ ชายป่า และสองข้างของถนน ออกดอกและเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านจากปลายฤดูหนาวล่วงเข้าสู่ฤดูร้อน ดอกและเกสรสดนำมาตากแห้งนำไปใช้ประกอบเป็นอาหารประจำท้องถิ่นและนำไปจำหน่ายได้ในราคาสูง มักถูกนำมาเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารกินภายในบ้าน และตามวาระงานเลี้ยงต่าง ๆ รวมไปถึงงานพิธีมงคลและอวมงคล ‘ดอกงิ้ว’ คือ ตัวแทนที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตและการกินของคนภาคเหนือที่มีมาตั้งแต่โบราณ

ร้านอาหารไทย ที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ

ร้านอาหารไทย ที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 4 ธันวาคม 2568 หัวข้อ “ร้านอาหารไทย ที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ“ ”อาหารไทย“ หนึ่งในวัฒนธรรมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยรสชาติของอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และความหลากหลายในวัตถุดิบต่างๆ ที่แตกต่างกันไปตามท้องถิ่น อาหารไทยจึงถือได้ว่าเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่โด่งดังไปทั่วโลก ไม่เฉพาะร้านอาหารไทยในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงร้านอาหารไทยในต่างประเทศด้วยปัจจุบันมีร้านอาหารไทยจำนวนมากในต่างประเทศ มีรูปแบบร้านทั้งแบบเรียบง่ายและแบบอาหารสุดหรู อย่างเช่น – ร้าน Kin Kin (กิน กิน)ร้านอาหารไทย Fine Dining ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก – ร้าน L’Orchidee (ลอร์กิเด)ร้านอาหารที่ติดอันดับ มิชลินไกด์ ของประเทศฝรั่งเศส ในปี 2562 – ร้าน Kin Khaoการันตีด้วยรางวัล 1 ดาว มิชลินในประเทศสหรัฐอเมริกา – ร้าน Aaharnร้านอาหารไทยร่วมสมัยในย่าน Central ของประเทศฮ่องกง ได้รับการยกย่องด้วยรางวัล 1 ดาวมิชลิน ติดต่อกัน 2 ปี 

สมุนไพรที่ใช้ในอาหารไทย (Herbs and Spices in Thai Food)

สมุนไพรที่ใช้ในอาหารไทย (Herbs and Spices in Thai Food)

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 4 ธันวาคม 2568 หัวข้อ “สมุนไพรที่ใช้ในอาหารไทย (Herbs and Spices in Thai Food)” สมุนไพรกับอาหารไทย: สมุนไพร คือ หัวใจสำคัญของอาหารไทยเพราะนอกจากช่วยสร้างรสชาติที่จัดจ้านแล้ว ยังมีคุณค่าทางโภชนาการและสรรพคุณทางยา สมุนไพรไทยถูกนำมาใช้ทั้งในเมนูต้ม แกง ผัด ยำ และอาหารว่าง ทำให้อาหารไทยมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนชาติใดในโลก โดยมีสมุนไพรหลัก ๆ ที่ใช้ในการทำอาหารไทย ได้แก่ ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด พริก กระเทียม หอมแดง โหระพา กะเพรา และขมิ้น ซึ่งสมุนไพรเหล่านี้ ไม่เพียงช่วยปรุงรสและเพิ่มกลิ่นหอม แต่ยังสะท้อนถึงภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน ทุกคำที่ลิ้มรสจึงไม่ใช่แค่ความอร่อย แต่ยังเต็มไปด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรมและประโยชน์ต่อสุขภาพ .. มาทำความรู้จักกับเมนูเด่นและสรรพคุณทางยาของสมุนไพรต่าง ๆ กันค่ะ

ไข่มดแดง

ไข่มดแดง

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 3 ธันวาคม 2568 หัวข้อ “ไข่มดแดง”  ไข่มดแดง…วัตถุดิบขึ้นชื่อแห่งหน้าร้อนที่หลายคนรอคอย เพราะนอกจากรสชาติที่หวาน มัน กลมกล่อมแล้ว ยังนำไปทำอาหารได้อร่อยหลากหลายเมนู ตั้งแต่แกงผักหวานหอมละมุน ไข่เจียวฟูแน่น ไปจนถึงลาบและยำรสแซ่บ พร้อมเรื่องราวน่าทึ่งของการเก็บไข่มดแดงแบบชาวบ้านและเคล็ดลับการเลี้ยงเพื่อให้ได้ผลผลิตตลอดปี หากคุณอยากทำความรู้จักวัตถุดิบพื้นบ้านที่มีเสน่ห์ที่สุดชนิดหนึ่ง…ต้องไม่พลาด

ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ

ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 2 ธันวาคม 2568 หัวข้อ “ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ” 🇹🇭 Thai Food in China – อร่อยแบบไทยแท้ในแดนมังกร 🇨🇳แนะนำร้านอาหารไทยยอดนิยมที่ครองใจทั้งชาวไทยและต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น คิดถึงรสชาติไทยเมื่อไหร่…ตามรอยไปเช็กอินได้เลย

ต้นกำเนิดอาหารไทย

ต้นกำเนิดอาหารไทย

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2568 หัวข้อ “ต้นกำเนิดอาหารไทย” “อาหารไทยมีรากฐานจากวิถีเกษตรกรรมและทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ชาวไทยใช้วัตถุดิบสดใหม่หลากหลาย ทั้งข้าว ผัก สมุนไพรรวมถึงเนื้อสัตว์และปลาจากแหล่งน้ำใกล้บ้าน”

ผักกะแยง

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2568 หัวข้อ “ผักกะแยง” “ผักกะแยง” ผักสมุนไพรพื้นบ้านที่มีคุณค่าทั้งด้านโภชนาการและภูมิปัญญาท้องถิ่น นิยมใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารหลายชนิด ทั้งในภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลาง ด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัวและสรรพคุณที่โดดเด่น อาทิ ช่วยลดอาการท้องอืด ขับลม บรรเทาการอักเสบ รวมถึงช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารตามธรรมชาติ ด้วยข้อดีหลากหลายด้าน ผักกะแยงจึงเป็นวัตถุดิบที่สะท้อนความงดงามของอาหารพื้นบ้านไทย ที่ผสานคุณค่าทางสุขภาพและวัฒนธรรมไว้อย่างลงตัว

ทำไมพลาสติกในทะเลถึงอันตราย

ทำไมพลาสติกในทะเลถึงอันตราย

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 หัวข้อ “ ทำไมพลาสติกในทะเลถึงอันตราย ” พลาสติกในทะเลเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดจากขยะที่มนุษย์ทิ้ง ทั้งจากบนบกและกิจกรรมทางทะเล ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง โดยสัตว์ทะเลอาจกลืนกินพลาสติกจนขาดสารอาหารหรือเสียชีวิตจากการพันรัด นอกจากนี้ พลาสติกยังทำลายระบบนิเวศ เช่น แนวปะการังและป่าชายเลน และอาจปล่อยสารพิษปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหาร ซึ่งท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์ผ่านการบริโภคอาหารทะเล

กินข้าวหมดจาน ดื่มน้ำหมดแก้ว” ช่วยประหยัดพลังงานและช่วยสร้างสมดุลของการบริโภคและรักษาสิ่งแวดล้อม

กินข้าวหมดจาน ดื่มน้ำหมดแก้ว” ช่วยประหยัดพลังงานและช่วยสร้างสมดุลของการบริโภคและรักษาสิ่งแวดล้อม

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้โรงเรียนการเรือน ประจำวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 หัวข้อ “กินข้าวหมดจาน ดื่มน้ำหมดแก้ว” ช่วยประหยัดพลังงานและช่วยสร้างสมดุลของการบริโภคและรักษาสิ่งแวดล้อม” 1.ลดมลพิษและปริมาณของเสีย-ลดปริมาณของเสียและมลพิษจากการเพาะปลูก และเลี้ยงสัตว์-ลดปริมาณขยะเศษอาหาร-ลดปริมาณ CO2 และ มีเทนที่เกิดจากกระบวนการหมักเศษอาหาร-ลดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ2.ช่วยประหยัดพลังงาน-ลดพลังงานที่ใช้ในการปลูกข้าว ปลูกผัก และเลี้ยงสัตว์-ลดพลังงานในการประกอบอาหาร-ลดพลังงานในการผลิตไฟฟ้า-ลดพลังงานในการบำบัดของเสีย/ น้ำเสีย3.ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า-ลดการใช้ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช อาหารสัตว์ ในการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์-ลดปริมาณการใช้น้ำดิบ-ลดการใช้ที่ดิน4.ช่วยประหยัดน้ำ-ลดปริมาณน้ำที่ใช้ในการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์-ลดปริมาณน้ำในการประกอบอาหาร และชำระล้าง-ลดประมาณการใช้น้ำดิบที่กักเก็บไว้