“ข้าวเม่าทอด” ขนมไทยโบราณ 3 รสสัมผัส

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตรฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569 จัดทำโดย หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ วิทยาเขตสุพรรณบุรี

หัวข้อ “ข้าวเม่าทอด” ขนมไทยโบราณ 3 รสสัมผัส

ข้าวเม่าทอด กรอบนอก หนึบกลาง หอมหวานมันจากธรรมชาติ

ข้าวเผ่าทอด เป็นขนมไทยโบราณที่มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องของรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ซับซ้อน โดยเป็นการผสมผสานความกรอบของแป้งทอด ความเหนียวนุ่มของข้าวเม่ากวน และความหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อยของกล้วยไข่

-องค์ประกอบหลักของข้าวเม่าทอด
ไส้กล้วย: นิยมใช้กล้วยไข่ที่สุกพอดี (ไม่งอมจนเกินไปเพราะจะทำให้เละและมีน้ำออกมามากเวลาทอด)
-ส่วนหุ้มกล้วย (ตัวข้าวเม่า): ทำจากข้าวเม่าที่นำไปคั่วหรือคั่วแล้วตำให้ละเอียด ผสมกับมะพร้าวทึนทึกขูด และนำไปกวนกับน้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลโตนดจนเหนียวได้ที่แล้วจึงนำมาปั้นคลุมกล้วยไข่ให้มิด
-แป้งชุบทอดและแพ: มักใช้แป้งข้าวเจ้าผสมกะทิ ไข่ไก่ และน้ำปูนใส (บางสูตรผสมแป้งสาลีหรือแป้งมันเล็กน้อย) เทคนิคที่สำคัญ คือ การใช้นิ้วมือหรือกรวยโรยแป้งลงในน้ำมันที่ร้อนจัดให้สานกันเป็น “แพ” เพื่อนำมาห่อหุ้มตัวข้าวเม่าอีกชั้นหนึ่ง ช่วยเพิ่มความกรอบและอรรถรสในการรับประทาน

วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
-ข้าวเม่าเกิดจากภูมิปัญญาการจัดการผลผลิตทางการเกษตร โดยนำรวงข้าวเหนียวที่ “เลยระยะน้ำนม แต่ยังไม่สุกแก่” (ช่วงปลายฝนต้นหนาว) มาคั่วและตำเพื่อถนอมอาหาร
-ในอดีต การทำข้าวเม่าทอดมักทำในงานบุญประเพณี เช่น งานกวนข้าวทิพย์ หรืองานบุญออกพรรษา ต้องอาศัยแรงคนจำนวนมากในการตำข้าวเม่าและกวนส่วนผสม สะท้อนถึงความสามัคคีของคนในท้องถิ่น
-การทอดแป้งให้เป็น “แพตาข่าย” หุ้มตัวขนม คือ หนึ่งในงานหัตถศิลป์ทางอาหารที่ต้องอาศัยทักษะและความชำนาญ ซึ่งป็นเสน่ห์ของขนมไทยโบราณ

โภชนาการและการบริโภค
ให้พลังงานสูงจากคาร์โบไฮเดรต (ข้าวเม่า, แป้ง) และได้โพแทสเซียม วิตามินซี จากกล้วยไข่ รวมถึงไขมันดีบางส่วนจากมะพร้าว เนื่องจากเป็นขนมที่มีทั้ง “การกวนด้วยน้ำตาล” และ “การทอดแบบน้ำมันท่วม (Deep fry)” ทำให้มีปริมาณน้ำตาล
และแคลอรี่สูง การพัฒนาสูตรที่ลดความหวานลง (หวานน้อย) และใช้เทคนิคการทอดที่อมน้ำมันน้อยลง จะช่วยยกระดับให้เป็นขนมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพได้ดีขึ้น

ทำไมต้องเป็น “กล้วยไข่” ?
กล้วยไข่มีขนาดพอดีคำ เนื้อแน่น ไม่เละง่ายเมื่อโดนความร้อนสูง และที่สำคัญคือมีรสชาติ “หวานอมเปรี้ยว” เล็กน้อย ซึ่งช่วยตัดความหวานแหลมของข้าวเม่ากวนได้อย่างลงตัวกว่ากล้วยชนิดอื่น

แหล่งข้อมูล : https://www.facebook.com/share/1CPiY4jRtM/

Similar Posts